icon-facebook icon-line icon-blockdit icon-twitter icon-instagram
background
Bubble
Bubble
Bubble
Bubble

นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ของบริการหมอดี

อธิบายถึงการเก็บรวบรวม การใช้ และการเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านทั้งช่องทางออนไลน์ และช่องทางอื่น ๆ

ปรับปรุงล่าสุดเดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2565

 

บริษัท ชีวีบริรักษ์ จำกัด และ บริษัท ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด​ (รวมเรียกว่า “บริษัท”) ยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมีจรรยาบรรณและเคารพในสิทธิความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้บริการ จึงจัดให้มีนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (“นโยบาย”) ฉบับนี้ขึ้นเพื่ออธิบายให้ผู้ใช้บริการทราบถึงแนวทางปฏิบัติของบริษัท ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล และเหตุผลในการเก็บรวบรวม การใช้ การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ และสิทธิของผู้ใช้บริการในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

 

  1. เราคือใคร

    นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ใช้บังคับกับข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมโดย บริษัท ชีวีบริรักษ์ จำกัด (“ชีวี”) และ บริษัท ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด​ (“ทรูดิจิทัล”) ซึ่งเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลร่วมกันสำหรับบริการหมอดี (“บริการ”) ผ่านแอปพลิเคชัน MorDee (“แอปพลิเคชัน”) ทั้งนี้ผู้เข้าใช้บริการนี้ (“ท่าน”) ตกลงและรับทราบว่า ชีวีแต่เพียงผู้เดียวเป็นผู้รับผิดชอบในบริการที่ดำเนินการโดยผู้ประกอบกิจการสถานพยาบาลตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ทั้งนี้ทรูดิจิทัลมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินการดังกล่าวแต่อย่างใดทั้งสิ้น โดยท่านสามารถติดต่อบริษัทได้ที่ 

     

    สถานที่ติดต่อ: บริษัท ชีวีบริรักษ์ จำกัด
    เลขที่ 101 ทรู ดิจิทัล พาร์ค อาคารเพกาซัส ชั้น 5 ห้อง 503 ถนนสุขุมวิท แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร 10260

    วิธีการติดต่อ: โทรศัพท์ 064-585-0232

    สถานที่ติดต่อ: บริษัท ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด
    เลขที่ 101 อาคารทรู ดิจิทัล พาร์ค ชั้น 9-12 ถนนสุขุมวิท แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ 10260

    วิธีการติดต่อ: อีเมล mordee@truedigital.com 

    ท่านสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายละเอียดประกาศความเป็นส่วนตัวได้ที่ dataprivacycenter@truedigital.com

  2. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

    พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 รวมถึงกฎหมายที่มีผลบังคับใช้ และกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง (“กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”) ระบุว่า บริษัทได้รับอนุญาตให้ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเฉพาะเมื่อบริษัทมีเหตุผลที่เหมาะสมในการทำเช่นนั้น ซึ่งรวมถึงการแบ่งปันในกลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ และ/หรือบริษัทที่ไม่ใช่บริษัทในเครือของบริษัท กฎหมายกำหนดให้บริษัทต้องมีเหตุผลเหล่านี้อย่างน้อยหนึ่งข้อได้แก่

    1. เพื่อปฏิบัติตามสัญญาที่บริษัทมีกับท่าน หรือ
    2. เป็นหน้าที่ตามกฎหมายที่บริษัทต้องปฏิบัติตาม หรือ
    3. เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย หรือ
    4. เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือ
    5. เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล หรือ
    6. เมื่อท่านได้ให้ความยินยอม

    เมื่อบริษัทเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย (รวมเรียกว่า “ประมวลผล”) ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านด้วยเหตุผลใดเหตุผลหนึ่งข้างต้น บริษัทจะบอกรายละเอียดและวัตถุประสงค์ในการดำเนินการดังกล่าวให้ท่านทราบ

    กรณีที่บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายตามข้อ 3. บริษัทจะบอกรายละเอียดในการดำเนินการดังกล่าวให้ท่านทราบ โดยการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านดังกล่าวจะไม่ขัดต่อสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเกินควร

     

    บริษัทจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อประมวลผลตามวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

    • เพื่อให้บริการตามที่ท่านสมัคร และ/หรือ ปฏิบัติตามสัญญาที่ทำไว้กับบริษัท
    • เพื่อปกป้องผลประโยชน์สำคัญของท่าน
    • เพื่อการตรวจสอบสิทธิในการรักษาพยาบาลและดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับค่าสินไหมทดแทนตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยของท่าน
    • เมื่อบริษัทได้ประเมินแล้วว่ามีความจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท หรือของบุคคลภายนอกที่อาจจำเป็นต้องเป็นผู้รับการเปิดเผยข้อมูล
    • เพื่อให้บริษัทสามารถแจ้งข้อมูลข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของบริษัทและพันธมิตรทางธุรกิจของบริษัท การอัปเดตซอฟต์แวร์ และกิจกรรมที่กำลังจะจัดขึ้นให้ท่านทราบ
    • เพื่อตรวจสอบตัวตน ช่วยในการระบุตัวตนของผู้ใช้ และระบุบริการที่เหมาะสม
    • เพื่อส่งประกาศแจ้งเตือนในเรื่องที่สำคัญ เช่น การติดต่อสื่อสารเพื่อแจ้งให้ทราบเกี่ยวกับสินค้า หรือ บริการที่ซื้อไป การแจ้งให้ท่านทราบถึงการเปลี่ยนแปลงของเงื่อนไขและข้อกำหนดการให้บริการ หรือการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนด เงื่อนไข และนโยบายของบริษัท
    • เพื่อวัตถุประสงค์ภายใน เช่น การตรวจสอบการดำเนินงานภายใน การวิเคราะห์ข้อมูล และการค้นคว้าวิจัย เพื่อปรับปรุงผลิตภัณฑ์ บริการ และการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าของบริษัท
    • หากท่านเข้าร่วมในการจับรางวัล การแข่งขัน หรือรายการส่งเสริมการขายที่คล้ายคลึงกัน บริษัทอาจใช้ข้อมูลที่ท่านระบุไว้เพื่อจัดการดูแลโปรแกรมดังกล่าว
    • เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
    • เพื่อปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของบริษัท หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่บริษัท
    • เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย
    • เพื่อทำการวิเคราะห์ เปรียบเทียบ ประเมินความเสี่ยง หรือแปลผล เพื่อแสดงผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในแอปพลิเคชันนี้
    • เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ บริการและสิทธิประโยชน์ของเราให้แก่คุณ
    • เพื่อวัตถุประสงค์ในการป้องกันการสูญเสียและต่อต้านการฉ้อโกง
    • เพื่อวัตถุประสงค์ในการรักษาความปลอดภัยของบัญชีและเครือข่าย รวมถึงเพื่อปกป้องบริการของบริษัทเพื่อประโยชน์ของผู้ใช้ของบริษัททั้งหมด
    • เพื่อวัตถุประสงค์ในการต่อต้านการฉ้อโกงจากการทำธุรกรรมทางออนไลน์กับบริษัท บริษัทจำกัดการใช้ข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์ในการต่อต้านการฉ้อโกงตามที่จำเป็นเท่านั้น และอยู่ภายในขอบเขตประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายที่บริษัทประเมินไว้เพื่อปกป้องลูกค้าและบริการของบริษัท สำหรับการทำธุรกรรมทางออนไลน์บางรายการ บริษัทอาจตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่ท่านให้มากับแหล่งข้อมูลที่เข้าถึงได้โดยทั่วไป
    • เพื่อวัตถุประสงค์อื่นตามที่กฎหมายให้อำนาจในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
  3. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวม

    เมื่อท่านลงทะเบียนใช้แอปพลิเคชันของบริษัท ซื้อผลิตภัณฑ์ ดาวน์โหลดการอัปเดตซอฟต์แวร์ เชื่อมต่อกับบริการของบริษัท ติดต่อบริษัท ซึ่งรวมถึงทางโซเชียลมีเดีย หรือเข้าร่วมทำแบบสำรวจความคิดเห็นออนไลน์ บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลอันเกี่ยวกับการใช้บริการในปัจจุบันและที่อาจมีเพิ่มขึ้นในอนาคต ดังต่อไปนี้

    • ข้อมูลส่วนบุคคล เช่น คำนำหน้าชื่อ ชื่อ ชื่อกลาง นามสกุล นามแฝง (หากมี) วันเดือนปีเกิด เพศ อายุ เชื้อชาติ ศาสนา ประเทศที่พำนัก ข้อมูลบนเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานราชการ (เช่น สำเนาบัตรประชาชน สำเนาหนังสือเดินทาง หรือเอกสารที่ใช้ในการยืนยันตัวตนที่มีลักษณะเดียวกัน) และข้อมูล KYC เป็นต้น
    • ข้อมูลเพื่อการติดต่อ เช่น ที่อยู่ตามเอกสารสำคัญ ที่อยู่อาศัยปัจจุบัน สถานที่ทำงาน ตำแหน่งที่อยู่ทางภูมิศาสตร์ ที่อยู่อีเมล หมายเลขโทรศัพท์ ชื่อหรือบัญชีเข้าใช้งานสำหรับการติดต่อสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์หรือสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ (เช่น ไอดีไลน์ (LINE ID))
    • ข้อมูลสุขภาพ เช่น น้ำหนัก ส่วนสูง ความดันโลหิต อัตราการเต้นของหัวใจ ระดับน้ำตาลในเลือด ประวัติประจำเดือน ประวัติโรคประจำตัว เอกสารคนไข้ รวมถึง ประวัติและข้อมูลทางการรักษา การวินิจฉัยและการทดสอบทางการแพทย์ก่อนหน้า การใช้ยาบางชนิดในปัจจุบันหรือก่อนหน้า ประวัติข้อมูลสุขภาพภายในครอบครัว  พฤติกรรมด้านสุขภาพ ข้อมูลนี้อาจเก็บรวบรวมผ่านแบบสำรวจภายในแอปพลิเคชันหรือแบบสำรวจทางสุขภาพอื่น ๆ ที่ท่านอาจถูกขอให้กรอกข้อมูลหรือดำเนินการเช่น ผ่านทางเทคโนโลยีเซ็นเซอร์ซึ่งจะเก็บรวบรวมจังหวะการเต้นของหัวใจและการคำนวณจังหวะต่อจังหวะเป็นต้น
    • ข้อมูลสนทนาระหว่างการใช้บริการ และ/หรือ สนทนากับเจ้าหน้าที่ของบริษัท ผ่านช่องทางแอปพลิเคชัน เว็บไซต์ และโซเชียลมีเดียของบริษัท เช่น ข้อมูลข้อความตัวอักษรและภาพนิ่ง
    • ข้อมูลทางเทคนิค อุปกรณ์หรือเครื่องมือ เช่น ข้อมูลการใช้งานแอปพลิเคชัน หมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์ (IP address หรือ MAC address) คุกกี้ (Cookies ID) เว็บบีคอน (Web beacon) พิกเซลแท็ก (Pixel Tag) หรือ Software Development Kit (SDK) รหัสประจำอุปกรณ์ (Device ID) รุ่นและประเภทของอุปกรณ์ เครือข่าย ข้อมูลการเชื่อมต่อ ข้อมูลการเข้าถึง ข้อมูลการเข้าใช้งานแบบ Single Sign-On (SSO) ล็อก (Log) ข้อมูลการเข้าสู่ระบบ (Login) ระยะเวลาที่เข้าถึง การใช้งานและระยะเวลาการใช้งานแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ ประวัติการค้นหา ข้อมูลการเรียกดู ค่าเขตเวลา (Time zone) และสถานที่ตั้ง (Location Data) ประเภทและเวอร์ชั่นของปลั๊กอินเบราว์เซอร์ ระบบปฏิบัติการและแพลตฟอร์ม รวมถึงเทคโนโลยีอื่น ๆ บนอุปกรณ์ที่ท่านใช้ในการเข้าถึงแพลตฟอร์ม ข้อมูลทางเทคนิคอื่น ๆ จากการใช้งานบนแพลตฟอร์มและระบบปฏิบัติการ เป็นต้น 
    • ข้อมูลอื่น ๆ เช่น บันทึกการสื่อสารหรือการโต้ตอบระหว่างท่านกับบริษัท รายละเอียดเรื่องร้องเรียนหรือการออกความเห็น คำขอใช้สิทธิต่าง ๆ ผลประเมินการสำรวจความคิดเห็น บันทึกเสียง ภาพถ่าย ภาพเคลื่อนไหว คลิปบันทึกเสียง บันทึกการสื่อสารผ่าน Log / Chat-Bot ภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ข้อมูลการลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมของบริษัท และข้อมูลอื่นใดที่ถือว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

    หากท่านเป็นผู้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามอื่นใด ซึ่งเป็นบุคคลในครอบครัว เพื่อน บุคลากรของนิติบุคคล และ / หรือ ที่เกี่ยวข้องกับท่านแก่บริษัท เช่น ผู้ถือหุ้น กรรมการ ผู้มีอำนาจกระทำการแทน บุคคลอ้างอิง คู่ค้า เป็นต้น ขอให้ท่านโปรดแจ้งให้บุคคลเหล่านั้นทราบเกี่ยวกับรายละเอียดตามนโยบายฉบับนี้ และขอความยินยอมจากบุคคลเหล่านั้นหากจำเป็น หรือกำหนดฐานทางกฎหมายอื่นเพื่อให้แน่ใจว่าบริษัทสามารถเก็บรวบรวม ใช้ และ / หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามเหล่านี้ได้

  4. แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล

    บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากท่านโดยตรง และเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยอัตโนมัติเมื่อท่านเข้าใช้งานแอปพลิเคชันของบริษัทหรือติดต่อกับบริษัท นอกจากนี้บริษัทจะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลจากพันธมิตร และจากแหล่งที่มาอื่น ๆ โดยบริษัทยึดถือและปฏิบัติตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนดและเฉพาะกรณีที่กฎหมายอนุญาตให้ทำได้เท่านั้น โดยมีรายละเอียดดังนี้


    แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านสร้างและมอบให้กับบริษัท

    ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลที่ท่านได้มอบให้กับบริษัทเอง และข้อมูลที่มอบโดยบุคคลที่เกี่ยวข้องกับท่านหรือธุรกิจของท่าน รวมถึงผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากท่านหรือกระทำการแทนท่าน

    • เมื่อท่านได้ลงทะเบียนสมัครบริการของบริษัท
    • เมื่อท่านติดต่อสื่อสารกับบริษัทผ่านแอปพลิเคชัน อีเมล โทรศัพท์ และสื่อสังคมออนไลน์
    • เมื่อท่านทำแบบสำรวจหรือรายการส่งเสริมทางการตลาดของบริษัท
    • เมื่อท่านมีกิจกรรมบนแอปพลิเคชันของบริษัท ได้แก่ ข้อมูลสุขภาพส่วนตัว ข้อมูลสุขภาพของบุคคลอื่นที่ท่านเป็นผู้บันทึก การปรับปรุงข้อมูลส่วนตัว และการตั้งค่าต่าง ๆ ในแอปพลิเคชัน
    • เมื่อท่านชำระเงินค่าบริการของบริษัท บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการชำระเงิน
       
    แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวมโดยอัตโนมัติ
    เมื่อท่านเข้าใช้แอปพลิเคชันของบริษัท บริษัทจะมีการเก็บข้อมูลของท่าน ดังนี้
    • ข้อมูลการใช้บริการของท่าน
    • ข้อมูลการติดต่อสื่อสารกับบริษัท
    • ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ของท่านที่เกี่ยวข้องกับการติดต่อสื่อสารกับบริษัท


      แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่ได้เก็บรวบรวมจากท่าน
      บริษัทอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากบุคคลอื่นหากบุคคลนั้นได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทเพื่อส่งบัตรของขวัญและผลิตภัณฑ์ หรือเชิญให้ท่านเข้าร่วมบริการหรือฟอรั่มของบริษัท
      นอกจากนี้ บริษัทอาจตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่ได้จากท่านเมื่อลงทะเบียนใช้แอปพลิเคชันของบริษัทกับบุคคลภายนอกเพื่อวัตถุประสงค์ในการรักษาความปลอดภัยและป้องกันการฉ้อโกง


      คุกกี้และเทคโนโลยีอื่น ๆ
      บริษัทอาจเก็บรวบรวมและใช้งานคุกกี้ และ / หรือ เทคโนโลยีอื่นใดที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน เมื่อท่านมีการใช้งานเว็บไซต์ และ / หรือ แอปพลิเคชันของบริษัท รวมถึงการทำธุรกรรม การใช้ผลิตภัณฑ์ และ / หรือ บริการของบริษัทผ่านช่องทางดิจิทัลและเครือข่ายอินเทอร์เน็ต การเก็บรวบรวมคุกกี้ และ / หรือ การใช้งานเทคโนโลยีอื่นใดที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน จะช่วยให้บริษัทสามารถจดจำการใช้งานและความชื่นชอบของท่าน รวมถึงการวิเคราะห์ความสนใจของท่านเพื่อปรับปรุงและพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานของเว็บไซต์ และ / หรือ แอปพลิเคชันของบริษัท ให้ตอบสนองต่อความต้องการและการใช้งานของท่าน เพื่อให้ท่านได้รับได้รับประสบการณ์ที่ดีจากการใช้งานเว็บไซต์ และ / หรือ แอปพลิเคชันของบริษัท ท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก “นโยบายการใช้คุกกี้” ของบริษัท นอกจากนี้ บริษัทอาจมีการเปิดเผยข้อมูลที่ไม่ระบุตัวตนของท่านแก่ผู้ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูล เช่น Google ทั้งในและต่างประเทศ โดย Google จะมีการใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือเพื่อช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูล เช่น คุกกี้ และ / หรือ Software Development Kit (SDK) ในการติดตามและจัดทำรายงานการวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมการใช้งานของท่านบนเว็บไซต์และ / หรือแอปพลิเคชันของบริษัท ทั้งนี้ ท่านสามารถศึกษารายละเอียดการวิเคราะห์ข้อมูลของ Google ได้ที่หัวข้อ “How Google uses data when you use our partner's sites or apps” ที่ www.google.com/policies/privacy/partners หรือ URL อื่นตามที่ Google กำหนด
      ท่านสามารถปฏิเสธการรวบรวมข้อมูลผ่านคุกกี้ได้ผ่านการตั้งค่าเบราว์เซอร์ของท่าน ทั้งนี้การตั้งค่าดังกล่าวอาจลดประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้งานเว็บไซต์และแอปพลิเคชันลง
       

  5. การแบ่งปัน และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

    บริษัทอาจแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลของท่านกับองค์กรและ/หรือบุคคลภายนอกเป็นครั้งคราว ซึ่งสามารถแยกประเภทได้ดังนี้

    1. บุคลากรทางการแพทย์ หรือผู้ให้บริการคำปรึกษาด้านสุขภาพ ที่ให้บริการภายในแอปพลิเคชันนี้
    2. บริษัทในกลุ่ม ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัทในกลุ่มแอสเซนด์ บริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์
    3. หน่วยงานราชการตามกฎหมาย
    4. พันธมิตรผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องกับแอปพลิเคชัน หรือ บริการของบริษัท เช่น ผู้ให้บริการระบบยืนยันตัวบุคคล ผู้ให้บริการประกันวินาศภัย ผู้ให้บริการประกันชีวิต ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ผู้ให้บริการด้านโฆษณา ด้านการตลาดและสื่อสังคมออนไลน์ ผู้ให้บริการด้านการชำระเงินและการทำธุรกรรม ที่ปรึกษาทางธุรกิจ ผู้ให้บริการด้านการขนส่ง  และผู้ให้บริการด้านเภสัชกรรม เป็นต้น

    โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปฏิบัติตามสัญญาที่บริษัทมีกับท่าน และตามที่ท่านร้องขอ บริษัทจะกำกับดูแลให้บุคคลภายนอกดำเนินการกับข้อมูลส่วนบุคคลโดยปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

     

    การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่พันธมิตรผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องกับแอปพลิเคชัน หรือ บริการของบริษัท

    บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บริษัทที่เป็นผู้ให้บริการต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะบริษัทประกันวินาศภัย บริษัทประกันชีวิต เพื่อวัตถุประสงค์เช่น การประมวลผลข้อมูล การดำเนินการตามคำสั่งซื้อของลูกค้า การนำส่งผลิตภัณฑ์ให้แก่ท่าน การจัดการและปรับปรุงข้อมูลลูกค้า การให้บริการลูกค้า การประเมินความสนใจของท่านในผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัท และการดำเนินการศึกษาวิจัยลูกค้า หรือการสำรวจความพึงพอใจ โดยบริษัทเหล่านี้มีหน้าที่ในการคุ้มครองข้อมูลของท่าน และอาจมีสถานที่ตั้งอยู่ที่ใดก็ตามที่บริษัทดำเนินงานอยู่

     

    อื่น ๆ

    บริษัทอาจจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามกฎหมาย กระบวนการทางกฎหมาย การฟ้องร้องดำเนินคดี และ/หรือการร้องขอจากหน่วยงานเอกชนและหน่วยงานภาครัฐภายในหรือนอกประเทศที่ท่านอาศัยอยู่ นอกจากนี้ บริษัทยังอาจเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับท่านหากบริษัทเห็นว่าการเปิดเผยข้อมูลนั้นมีความจำเป็นหรือมีความเหมาะสม เพื่อวัตถุประสงค์ด้านความมั่นคงของชาติ การบังคับใช้กฎหมาย หรือประเด็นอื่นใดที่มีความสำคัญต่อส่วนรวม นอกจากนี้ บริษัทยังอาจเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับท่านเฉพาะในกรณีที่สอดคล้องกับกฎหมายที่บังคับใช้ หากบริษัทเห็นว่าการเปิดเผยข้อมูลนั้นมีความจำเป็นตามสมควรต่อการบังคับใช้ข้อกำหนดและเงื่อนไขของบริษัท หรือเพื่อปกป้องการปฏิบัติงานหรือผู้ใช้ของบริษัท ซึ่งรวมถึงการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะหรือหน่วยงานภาครัฐ นอกจากนี้ ในกรณีที่มีการปรับโครงสร้างองค์กร การควบรวมบริษัท หรือการขายกิจการ บริษัทอาจถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ และทั้งหมดที่บริษัทเก็บรวบรวมไว้ไปยังบริษัทที่เกี่ยวข้อง

     

    การแบ่งปันข้อมูลกับแอปพลิเคชันอื่น ๆ

    ท่านอาจเลือกให้มีการแบ่งปันข้อมูลสุขภาพของท่านกับแอปพลิเคชันอื่น ๆ ที่ท่านไว้วางใจ ในการแบ่งปันข้อมูลท่านสามารถเลือกได้ว่าข้อมูลใดที่ท่านจะแบ่งปันกับแอปพลิเคชันอื่น ๆ นั้น โดยกำหนดให้เป็นการแบ่งปันแบบอัตโนมัติ หรือเลือกแบ่งปันได้เอง ซึ่งแอปพลิเคชันของบริษัทจะทำการสอบถามให้มีการตั้งค่าการแบ่งปัน
    แอปพลิเคชันที่สามารถเข้าถึงข้อมูลจากแอปพลิเคชันของบริษัทรวมถึงข้อมูลเวชระเบียน ต้องมีการกำหนดนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและความปลอดภัยของข้อมูลไว้อย่างชัดเจน และท่านต้องทำความเข้าใจก่อนที่จะอนุญาตให้แอปพลิเคชันนั้น ๆ เข้าถึงข้อมูลสุขภาพของท่านจากแอปพลิเคชันของบริษัทได้
    เมื่อท่านได้เลือกแบ่งปันข้อมูลสุขภาพของท่านกับแอปพลิเคชันอื่น ๆ ข้อมูลต่าง ๆ ที่แบ่งปันนั้นจะผ่านจากแอปพลิเคชันของบริษัทไปยังแอปพลิเคชันอื่น ๆ ตามที่ท่านเลือกไว้ซึ่งไม่ได้ส่งเข้ามาที่บริษัท

  6. การดูแลและระยะเวลาการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล

    การปกป้องคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

    บริษัทให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งกับการรักษาความปลอดภัยในข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เช่น แอปพลิเคชันจะคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านระหว่างการส่งผ่านข้อมูลโดยใช้การเข้ารหัส เช่น Transport Layer Security (TLS) เมื่อบริษัทจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัทจะใช้ระบบคอมพิวเตอร์ที่มีการเข้าถึงอย่างจำกัดซึ่งมีอยู่ในสถานประกอบการที่ใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยทางกายภาพ

     

    เมื่อท่านใช้ผลิตภัณฑ์ บริการ หรือแอปพลิเคชันบางอย่างของบริษัท หรือโพสต์ข้อความในฟอรั่ม ห้องแช็ต หรือบริการเครือข่ายสังคมของบริษัท ผู้ใช้ท่านอื่น ๆ จะสามารถมองเห็นข้อมูลส่วนบุคคลและคอนเทนต์ที่ท่านแชร์ และสามารถอ่าน เก็บรวบรวม หรือนำข้อมูลนั้นไปใช้ได้ ท่านต้องรับผิดชอบต่อข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านเลือกแชร์หรือส่งในกรณีเหล่านี้ เช่น หากท่านระบุชื่อและที่อยู่อีเมลของท่านในข้อความที่ท่านโพสต์ลงในฟอรั่ม ข้อมูลดังกล่าวจะได้รับการเปิดเผยต่อสาธารณะ เพราะฉะนั้น โปรดระมัดระวังเมื่อใช้คุณสมบัติเหล่านี้

     

    ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

    บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในระหว่างที่ท่านเป็นลูกค้า หรือมีความสัมพันธ์อยู่กับบริษัท หรือตามระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องในนโยบายฉบับนี้ และเมื่อท่านสิ้นสุดความสัมพันธ์กับบริษัท บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ต่อไปภายหลังจากนั้นตามระยะเวลาที่จำเป็นตามอายุความ หรือระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดหรืออนุญาตไว้ บริษัทอาจเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นระยะเวลา 5 ปีนับแต่ยุติความสัมพันธ์

    ทั้งนี้ บริษัทจะมีการดำเนินการในขั้นตอนที่เหมาะสม เพื่อทำการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล หรือทำให้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุถึงตัวตนของท่านได้เมื่อหมดความจำเป็นหรือสิ้นสุดระยะเวลาดังกล่าว

  7. การปิดบัญชีและลบข้อมูลส่วนบุคคล

    ท่านสามารถแจ้งขอปิดบัญชีหรือลบข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ เพียงเลือกเมนู “ติดต่อศูนย์คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” ภายใต้เมนู โปรไฟล์ > ตั้งค่า > ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว ในแอปพลิเคชัน โดยท่านต้องให้ข้อมูลเท่าที่จำเป็นเพื่อให้บริษัทสามารถดำเนินการตามคำร้องขอของท่านได้ โดยบริษัทจะพิจารณาคำร้องโดยเร็วที่สุด
    และเพื่อดำเนินการดังกล่าวบริษัทอาจร้องขอข้อมูลส่วนบุคคลอื่นใดเพิ่มเติมเท่าที่จำเป็นเพื่อยืนยันตัวตนและความเป็นเจ้าของบัญชี เพื่อดำเนินการตามคำร้องขอของท่าน และเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด

  8. ในกรณีที่ท่านเลือกไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บริษัท

    บริษัทมีความจำเป็นต้องรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายหรือเพื่อการเข้าทำสัญญาระหว่างท่านกับบริษัท หากท่านเลือกที่จะไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทอาจไม่สามารถให้บริการแก่ท่านได้
    นอกเหนือจากกรณีที่บริษัทใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาและการปฏิบัติตามกฎหมาย ในกรณีที่ท่านไม่ยินยอมให้ใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ท่านยังคงสามารถใช้บริการของบริษัทได้ โดยท่านอาจได้รับความสะดวกจากการใช้บริการน้อยลง เนื่องจากบริษัทไม่ได้รับความยินยอมให้ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์สำหรับการให้บริการอย่างเต็มประสิทธิภาพ

  9. กิจกรรมทางการตลาดและการส่งเสริมการตลาด

    บริษัทใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อส่งข้อความการตลาดให้ท่าน หากบริษัทได้รับความยินยอมจากท่าน หรือ กรณีที่เป็น “ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย

  10. สิทธิในการควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

    สิทธิของท่านในข้อนี้เป็นสิทธิตามกฎหมายที่ท่านควรทราบ เมื่อบทบัญญัติหมวดสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมีผลบังคับใช้ ท่านสามารถขอใช้สิทธิต่าง ๆ ได้ภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมายในแต่ละประเทศ และนโยบายที่กำหนดไว้ในขณะนี้หรือที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต ตลอดจนหลักเกณฑ์ตามที่บริษัทกำหนดขึ้น และในกรณีท่านมีอายุไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ หรือถูกจำกัดความสามารถในการทำนิติกรรมตามกฎหมาย ท่านสามารถขอใช้สิทธิโดยให้บิดาและ / หรือมารดา ผู้ใช้อำนาจปกครอง หรือมีผู้อำนาจกระทำการแทนเป็นผู้แจ้งความประสงค์ได้ ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้
     

    สิทธิการเพิกถอนความยินยอม
    เมื่อท่านให้ความยินยอมกับบริษัทเพื่อวัตถุประสงค์อย่างหนึ่งอย่างใดโดยเฉพาะ ท่านสามารถเพิกถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอยู่กับบริษัท เว้นแต่เป็นกรณีที่มีข้อจำกัดสิทธิตามกฎหมาย หรือมีสัญญาที่ให้ประโยชน์ท่านอยู่
    การถอนความยินยอมของท่านในส่วนที่เกี่ยวข้องและจำเป็นกับการขอรับบริการ อาจส่งผลให้บริษัทไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาหรือให้บริการกับท่านได้ หรืออาจส่งผลให้ธุรกรรมหรือกิจกรรมอื่นใดที่เกี่ยวข้องถูกระงับ หรือหยุดลงชั่วคราว หรืออาจส่งผลกระทบต่อท่านในการรับทราบเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ และ / หรือ บริการต่าง ๆ เช่น ท่านจะไม่ได้รับข้อเสนอผลิตภัณฑ์ และ / หรือ บริการ สิทธิประโยชน์ โปรโมชั่นหรือข้อเสนอใหม่ ๆ ไม่ได้รับผลิตภัณฑ์ และ / หรือ บริการที่ถูกใจมากยิ่งขึ้นและสอดคล้องหรือตรงตามความต้องการของท่าน หรือไม่ได้รับข้อมูลข่าวสาร คำแนะนำอันเป็นประโยชน์แก่ท่าน เป็นต้น เพื่อประโยชน์ของท่าน จึงควรศึกษาและสอบถามถึงผลกระทบก่อนถอนความยินยอม

    สิทธิการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล
    ท่านมีสิทธิขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท และขอให้บริษัททำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวให้แก่ท่าน

    สิทธิ์การโอนย้ายข้อมูล
    ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่บริษัทกำหนดไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ และมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง เว้นแต่ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะเหตุทางเทคนิค
    ทั้งนี้ ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านข้างต้นต้องเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมแก่บริษัทในการเก็บรวบรวม ใช้ และ / หรือ เปิดเผย หรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทจำเป็นต้องเก็บรวบรวม ใช้ และ / หรือ เปิดเผยเพื่อให้ท่านสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ และ / หรือ บริการของบริษัทได้ตามความประสงค์ซึ่งท่านเป็นคู่สัญญาอยู่กับบริษัท หรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ และ / หรือ บริการของบริษัท หรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลอื่นตามที่ผู้มีอำนาจตามกฎหมายกำหนด

    สิทธิการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
    ท่านมีสิทธิขอคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ และ / หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเมื่อใดก็ได้ หากการเก็บรวบรวม ใช้ และ / หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ทำขึ้นเพื่อการดำเนินงานที่จำเป็นภายใต้ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น หรือเพื่อดำเนินการตามภารกิจเพื่อสาธารณประโยชน์ หากท่านยื่นคัดค้าน บริษัทจะยังคงดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ และ / หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไปเฉพาะที่บริษัทสามารถแสดงเหตุผลตามกฎหมายได้ว่ามีความสำคัญยิ่งกว่า หรือเป็นไปเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย ตามแต่ละกรณี นอกจากนี้ ท่านยังมีสิทธิขอคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ และ / หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดแบบตรง หรือเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติได้อีกด้วย

    สิทธิการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล
    ท่านมีสิทธิขอลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวท่านได้ หากท่านเชื่อว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกเก็บรวบรวม ใช้ และ / หรือ เปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หรือเห็นว่าบริษัทหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องในนโยบายฉบับนี้ หรือเมื่อท่านได้ใช้สิทธิขอถอนความยินยอมหรือใช้สิทธิขอคัดค้านตามที่แจ้งไว้ข้างต้นแล้ว

    สิทธิการระงับการใช้ข้อมูล
    ท่านมีสิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลชั่วคราว ในกรณีที่บริษัทอยู่ระหว่างตรวจสอบตามคำร้องขอใช้สิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลหรือขอใช้สิทธิคัดค้านของท่าน หรือกรณีอื่นใดที่บริษัทหมดความจำเป็นและต้องลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แต่ท่านขอให้บริษัทระงับการใช้แทน

    สิทธิการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง
    ท่านมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

    ท่านสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ของบริษัทเพื่อดำเนินการยื่นคำร้องขอดำเนินการตามสิทธิข้างต้นได้ที่อีเมล mordee@truedigital.com บริษัทขอสงวนสิทธิในการปฏิเสธคำร้องขอที่ไม่สมเหตุสมผล ไม่ได้เป็นไปตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดไว้ และ/หรือ คำขอที่ไม่สามารถปฏิบัติได้จริง นอกจากนี้ บริษัทขอสงวนสิทธิในการปฏิเสธคำร้องของท่านตามขอบเขตที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด ทั้งนี้ ท่านสามารถร้องเรียนต่อสำนักงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และ/หรือหน่วยงานอื่นที่มีอำนาจกำกับดูแลด้านข้อมูลส่วนบุคคล ตามช่องทางที่ประกาศกำหนด

  11. เด็ก

    บริษัทไม่มีเจตนาที่จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนตัวจากเด็กอายุน้อยกว่าเกณฑ์ตามที่กฎหมายกำหนด (“ข้อกำหนดด้านอายุ”) หากท่านมีอายุน้อยกว่าข้อจำกัดด้านอายุ โปรดอย่าใช้แอปพลิเคชันนี้ และอย่าให้ข้อมูลส่วนตัวใด ๆ แก่บริษัท
    หากท่านเป็นบิดา มารดา ผู้ปกครองโดยชอบด้วยกฎหมายของเด็กที่มีอายุน้อยกว่าข้อจำกัดด้านอายุและทราบว่าบุตรของท่านได้ให้ข้อมูลส่วนตัวแก่บริษัท โปรดติดต่อบริษัท และสามารถขอใช้สิทธิของท่านได้ทั้งนี้ภายในขอบเขตที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกำหนด
    หากท่านเป็นเด็กที่มีอายุน้อยกว่าข้อจำกัดด้านอายุ และมีความจำเป็นต้องรับบริการผ่านแอปพลิเคชันของบริษัท บริษัทของให้บิดา มารดา หรือผู้ปกครองโดยชอบด้วยกฎหมายของท่านให้ความยินยอมในการให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านกับบริษัทโดยติดต่อบริษัทตามรายละเอียดที่ระบุไว้ข้างต้นในข้อ 1

  12. การเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนบุคคล

    บริษัทจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนบุคคลตัวนี้เป็นครั้งคราว เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับหรือข้อกำหนดด้านการปฏิบัติงานที่มีการเปลี่ยนแปลง บริษัทจะประกาศให้ทราบอย่างชัดเจนผ่านแอปพลิเคชัน เว็บไซต์ของบริษัท และ/หรือ แจ้งเตือนทางที่อยู่อีเมลแก่ท่าน ทั้งนี้ หากท่านไม่ต้องการตอบรับหรือยอมรับการปรับปรุงใด ๆ ก็ตามในนโยบายความเป็นส่วนบุคคลฉบับนี้ ท่านสามารถยกเลิกการใช้บริการผ่านแอปพลิเคชันของบริษัทได้